ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก เราท่านทั้งหลายย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า ล่อกวนตง ผู้ประพันธ์เขากำหนดให้ฝ่ายเล่าปี่เป็นพระเอก ฝ่ายโจโฉเป็นผู้ร้าย ซึ่งดาวร้ายระดับโจโฉนั้น นับว่าเป็นตัวชูโรง ที่สร้างสีสันให้กับวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หากขาดโจโฉไปสักคนหนึ่ง เรื่องสามก๊กคงไม่สนุก และคงไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมระดับโลก
“ข้าพเจ้าสมัครทรยศโลก มากกว่ายอมให้โลกทรยศข้าพเจ้า”
(I would rather betray the world than let world betray me.)
คือคำกล่าวของโจโฉ ที่ "ยาขอบ" แปลไว้ในหนังสือสามก๊กฉบับวณิพก (ตอนโจโฉ ผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ) และคำกล่าวนี้ได้กลายเป็นวาทะประจำตัวของโจโฉที่มีคนจดจำได้มากที่สุด โดยวาทะนี้เกิดขึ้นในตอนที่โจโฉสังหาร แปะเฉีย (ลิ แปะเฉีย, Lu Boshe, 呂伯奢)
ในวรรณกรรมเรื่องสามก๊ก เราท่านทั้งหลายย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า ล่อกวนตง ผู้ประพันธ์เขากำหนดให้ฝ่ายเล่าปี่เป็นพระเอก ฝ่ายโจโฉเป็นผู้ร้าย ซึ่งดาวร้ายระดับโจโฉนั้น นับว่าเป็นตัวชูโรง ที่สร้างสีสันให้กับวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นอย่างมาก หากขาดโจโฉไปสักคนหนึ่ง เรื่องสามก๊กคงไม่สนุก และคงไม่ได้รับการยกย่องให้เป็นวรรณกรรมระดับโลก
“ข้าพเจ้าสมัครทรยศโลก มากกว่ายอมให้โลกทรยศข้าพเจ้า”
(I would rather betray the world than let world betray me.)
คือคำกล่าวของโจโฉ ที่ "ยาขอบ" แปลไว้ในหนังสือสามก๊กฉบับวณิพก (ตอนโจโฉ ผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ) และคำกล่าวนี้ได้กลายเป็นวาทะประจำตัวของโจโฉที่มีคนจดจำได้มากที่สุด โดยวาทะนี้เกิดขึ้นในตอนที่โจโฉสังหาร แปะเฉีย (ลิ แปะเฉีย, Lu Boshe, 呂伯奢)
![]() |
โจโฉ กับตันก๋ง กำลังหลบหนีการตามล่าของทางราชการ |
ในคืนนั้นโจโฉได้ยินเสียงคนในบ้านคุยกันว่า “จะมัดก่อน หรือจะฆ่าทีเดียว” โจโฉจึงระแวงว่าแปะเฉียและคนในบ้าน จะจับตัวเขาส่งทางการ เขาจึงชักกระบี่ออกมาไล่ฆ่าฟันคนในบ้าน รวมทั้งบุตรภรรยาของแปะเฉียตายรวม 8 คน แต่กลับพบว่าสิ่งที่คนในบ้านจะมัดและฆ่านั้นคือสุกร โจโฉและตันก๋งจึงรู้สึกผิดและรีบหนีออกจากบ้านไป
ระหว่างทางหนีนั้น แปะเฉียได้ซื้อสุราและเดินทางกลับมาพอดี แปะเฉียจึงถามโจโฉว่าจะรีบไปไหน ใยไม่อยู่กินเลี้ยงกันก่อน โจโฉจึงแจ้งว่าข้าพเจ้าเป็นคนมีความผิดอยู่ จะรีบไปให้พ้นภัย ว่าแล้วก็ขับม้าไป แต่พลันฉุกคิดได้ โจโฉจึงควบม้ากลับไปฟันแปะเฉียตาย ตันก๋งตกใจมากจึงถามโจโฉว่า เมื่อกี้ท่านฆ่าบุตรภรรยาผู้คนเขาเสียแล้ว บัดนี้ซ้ำมาฆ่าตัวแปะเฉียอีกเล่า โจโฉจึงตอบว่า เพื่อความอยู่รอด เพราะหากว่าแปะเฉียพบว่าคนในบ้านถูกฆ่าตาย เขาจะต้องแจ้งทางราชการ โจโฉและตันก๋งก็จะยิ่งมีความผิด แล้วโจโฉก็กล่าววาทะประจำตัวว่า “ข้าพเจ้าสมัครทรยศโลก มากกว่ายอมให้โลกทรยศข้าพเจ้า” (ในสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง(หน) โจโฉพูดกับตันก๋งว่า “ท่านว่าฉะนี้ก็ชอบกลอยู่ แต่ว่าธรรมดาเกิดมาทุกวันนี้ ย่อมจะรักษาตัวมิให้ผู้อื่นคิดร้ายได้ เราจึงทำการทั้งนี้”)
![]() |
โจโฉเข้าใจผิดจึงสังหารครอบครัวของแปะเฉีย |
กรณี “แปะเฉียต้องตาย” ตามประวัติศาสตร์
เดิมทีนั้น ในจดหมายเหตุสามก๊กจี่ของตันซิ่ว (เฉินโส้ว, Chen Shou, 陈寿) ส่วนของชีวประวัติโจโฉ ไม่ได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับแปะเฉียไว้เลย แต่ต่อมาอีก 130 ปี เผยซงจื่อ (Pei Songzhi, 裴松之) นักประวัติศาสตร์รุ่นหลัง จึงเขียนเป็นอรรถาธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า เหตุการณ์นี้มีแหล่งอ้างอิงสำคัญอยู่ 3 ฉบับคือ- บันทึกเว่ยฉู่ (Wei Shu ,魏書) ซึ่งได้อธิบายว่า โจโฉพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองสามคนได้หลบหนีออกจากเมืองลกเอี๋ยง ระหว่างทางเขาได้แวะพักที่เมือง เฉิ่งเกา (Chenggao, 成皋) ที่ซึ่ง ลิ แปะเฉีย พำนักอยู่ แต่เวลานั้นแปะเฉีย ไม่อยู่บ้าน ลูกชายของเฉียกับพวกพยายามจะปล้นทรัพย์และม้าของโจโฉ โจโฉจึงต้องสังหารพวกเขา
- บันทึกสือหยู่ (Shiyu, 世語) ได้บันทึกว่าโจโฉ แวะพักที่บ้านของแปะเฉีย แต่แปะเฉียไม่อยู่บ้าน มีเพียงบุตรชาย 5 คน ซึ่งได้ให้การต้อนรับโจโฉเป็นอย่างดี แต่โจโฉมีความผิดกับตั๋งโต๊ะมาก่อน (ไม่ยอมสวามิภักดิ์กับตั๋งโต๊ะและหนีราชการออกมา ไม่ใช่การลอบสังหารแบบในนิยาย) โจโฉจึงระแวงว่าลูก ๆ ของแปะเฉียจะทำร้ายตน ในคืนนั้นโจโฉจึงสังหารลูก ๆ ของแปะเฉียและคนในบ้านรวม 8 คน และหลบหนีไป
- บันทึกซาจี่ (Zaji, 雜記) บันทึกไว้ว่า โจโฉได้ยินเสียงเครื่องครัว (เสียงมีด) จึงระแวงว่าคนในบ้าน (ไม่ได้บอกว่าใคร ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้ง เฉพาะลูก ๆ ของแปะเฉีย หรือรวมทั้งตัวแปะเฉียด้วย) กำลังวางแผนจะทำร้ายเขา โจโฉจึงชิงลงมือสังหารพวกเขาก่อนในคืนนั้น แต่ต่อมาจึงรู้ว่าเป็นการเข้าใจผิด เขาจึงกล่าวด้วยความขมขื่นว่า “ข้ายอมกระทำความผิดต่อผู้อื่นก่อน ดีกว่ายอมให้ผู้อื่นมากระทำผิดต่อข้า” (คำพูดและเรื่องราวของบันทึกนี้ถูกนำไปใช้ในวรรณกรรม แต่เปลี่ยนคำว่า “ผู้อื่น” เป็น “โลก” ซึ่งทำให้โจโฉดูเป็นผู้ร้ายมากขึ้น) แล้วจึงหลบหนีไป
![]() |
“ข้ายอมกระทำความผิดต่อผู้อื่นก่อน ดีกว่ายอมให้ผู้อื่นมากระทำผิดต่อข้า” |
แม้ว่าแปะเฉีย อาจจะไม่ถูกโจโฉฆ่าแบบในวรรณกรรม แต่ขอให้ลองนึกภาพคนแก่ ที่ต้องสูญเสียบุตร ภรรยา และครอบครัวอันเป็นที่รัก การที่แปะเฉียต้องเหลืออยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพังนั้น เขาจะต้องอยู่อย่างทนทุกข์ทรมานขนาดไหน... ด้วยเหตุนี้ แปะเฉียจึงต้องตายแบบตายทั้งเป็น… ตายอย่างทรมานกว่าตายด้วยมีดโจโฉหลายเท่าพันทวีนัก ...
เพลงประกอบจากภาพยนตร์เรื่อง Romeo must die
น่าสงสารแปะเฉีย ทำดีกลับต้องมาตาย = ="
ตอบลบคนที่น่าสงสารอันดับต้นๆในสามก๊ก ติด top ten ชัวร์
ตอบลบ